10 อาหารโซเดียมพุ่ง

อาหารที่มี โซเดียมสูง เรียกว่าโซเดียมพุ่งแรงกว่ารถแข่งอีกครับ และเจ้าตัวโซเดียมนี้แหละ เป็นสิ่งที่ต้องระวังในการรับประทานเลย 

โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเรื่อง ความดันโลหิตสูง โรคไต หรือต้องควบคุมสุขภาพ เพราะการบริโภคโซเดียมเกินอาจทำให้ร่างกายเก็บน้ำ ความดันสูง หัวใจทำงานหนัก และส่งผลต่อไตในระยะยาว

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า ไม่ควรบริโภคโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน (เท่ากับเกลือประมาณ 1 ช้อนชา) นะ

โซเดียม

10 อาหารโซเดียมพุ่งกระจายวายวอด

  1. อาหารแปรรูป: ไส้กรอก แฮม เบคอน ลูกชิ้น
  • โซเดียมใช้ในการถนอมอาหาร
  • ปริมาณโซเดียม: 600–1,200 มก. ต่อ 1 หน่วยบริโภค
  1. อาหารกระป๋อง
  • เช่น ปลากระป๋อง ซุปกระป๋อง ถั่วอบกระป๋อง
  • โซเดียมใช้เพื่อยืดอายุ
  • ปริมาณโซเดียม: 800–1,500 มก. ต่อกระป๋อง
  1. มาม่า / บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • ผงปรุงรสและน้ำซุปมีเกลือสูงมาก
  • ปริมาณโซเดียม: 1,200–1,800 มก. ต่อซอง
  1. อาหารแช่แข็งหรือสำเร็จรูป
  • เช่น ข้าวกล่องแช่แข็ง อาหารเวฟ ซุปกึ่งสำเร็จรูป
  • ปริมาณโซเดียม: 800–1,500 มก. ต่อกล่อง
  1. น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส
  • ใช้กันทุกบ้าน แต่ใส่นิดเดียวก็โซเดียมสูงแล้ว
  • โซเดียมประมาณ 400–500 มก. ต่อ 1 ช้อนชา
โซเดียม
  1. อาหารตามสั่งปรุงจัด: ผัดกะเพรา ผัดพริก แกง
  • มักใส่ทั้งน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส
  • ปริมาณโซเดียม: 1,000–2,000 มก. ต่อจาน
  1. ของหมักดอง: ปลาร้า กะปิ มะม่วงดอง ไข่เค็ม
  • หมักด้วยเกลือหรือโซเดียมจำนวนมาก
  • ปริมาณโซเดียม: 800–1,500 มก. ต่อหน่วยบริโภค
  1. อาหารว่างแปรรูป: มันฝรั่งทอด ขนมขบเคี้ยว
  • มักใส่เกลือและผงปรุงรสเยอะ
  • ปริมาณโซเดียม: 200–600 มก. ต่อถุงเล็ก
  1. ซุปก้อน / ผงปรุงรส / ผงชูรส
  • ใช้ปรุงอาหาร แต่มีโซเดียมแฝงสูงมาก
  • ปริมาณโซเดียม: 800–1,000 มก. ต่อ 1 ก้อน หรือ 1 ช้อนชา
  1. อาหารฟาสต์ฟู้ด: เบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอด
  • ใช้น้ำมันปรุงหลายรอบ ซอสเยอะ รสจัด
  • ปริมาณโซเดียม: 1,200–2,500 มก. ต่อชุดอาหาร

วิธีลดโซเดียมแบบง่าย ๆ

  • อ่านฉลากอาหาร: เลือกแบบ “โซเดียมต่ำ” หรือ “ลดโซเดียม”
  • ปรุงให้น้อยลง: ใช้น้ำส้มสายชู มะนาว แทนเกลือ/ซอส
  • ลดอาหารแปรรูป เน้นอาหารสด
  • ล้างของหมักดองก่อนกิน เช่น กะปิ ปลาร้า

โซเดียมส่งผลเสียอะไรต่อร่างกายบ้าง

ถ้ากินโซเดียมมากเกินไปมีผลเสียแน่นอนครับ

  1. ความดันโลหิตสูง (Hypertension)
  • โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้นในหลอดเลือด
  • ส่งผลให้ปริมาณเลือดเพิ่ม หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
  • เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน (Stroke)
  1. ไตทำงานหนัก
  • ไตเป็นอวัยวะที่ช่วยกรองโซเดียมออกจากร่างกาย
  • การกินโซเดียมมาก ๆ ทำให้ไตต้องทำงานหนัก
  • ระยะยาวอาจนำไปสู่ โรคไตเรื้อรัง หรือไตวาย
  1. บวมน้ำ ตัวบวม หน้าอืด
  • โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ
  • เกิดอาการบวมน้ำ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า มือ เท้า หรือรอบตา
  1. เสี่ยงต่อโรคหัวใจ
  • โซเดียมมากเกิน → ความดันสูง → หัวใจทำงานหนัก → เสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจโต หรือหัวใจล้มเหลว
  1. กระดูกพรุน
  • โซเดียมมากเกินไปเร่งให้ แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะ
  • ส่งผลให้มวลกระดูกลดลงในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  1. ทำให้กระหายน้ำ
  • โซเดียมสูงทำให้ร่างกายพยายามรักษาสมดุล → ส่งผลให้รู้สึกกระหายน้ำมากขึ้น
  • หากไม่ดื่มน้ำพอ อาจเสี่ยงภาวะขาดน้ำ หรือไตทำงานหนักขึ้น

สรุป

โซเดียมกินเยอะได้ครับถ้าอายุน้อย และ ร่างกายแข็งแรงไตทำงานปกติ มีความดันคงที่ แต่ถ้าตรงกันข้ามกับที่บอกมา ค่าไตสูง ความดันสูง ก็อย่าลืมลดโซเดียมให้ร่างกายบ้างครับจะได้ไม่ต้องลุ้นให้ร่างกายไม่ทรุดเหมือนลุ้นหวยยังไงอย่างงั้น

ส่วนใครอยากลุ้นหวยจริงๆ ก็เข้ามาที่ Global Lotto นะครับ ได้ลุ้นหวยจริงแน่นอน มีให้ทุกประเทศเลยครับ

About the Author

You may also like these